[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 101 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
ฝากข้อความ
    ชื่อ :
    ข้อความ (ตัวแสดงอารมณ์)
    ลิงค์ที่น่าสนใจ
    เรียนรู้กับครูคำสัน
    บูรณการแบบครบวงจร
    การจัดการเรียนรู้บูรณาการแบบครบวงจร
    ตรวจสอบผลการเรียน
    พรบ.คอมพิวเตอร์



      

       เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
    Test  VIEW : 794    
    โดย promotest

      Newbie
     

    UID : No.42
    โพสแล้ว : 1
    ตอบแล้ว : 0
    เพศ : ชาย
    ระดับ : 1
    Exp : 20%
    ออฟไลน์ :
    เข้าระบบ : 21/07/14 - 10:41
    IP : 171.99.151.xxx

    ดูข้อมูลสมาชิก 

     
    เมื่อ : จันทร์ ที่ 21 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2557 เวลา 10:43:08    ปักหมุดและแบ่งปัน

    test


    Uptopromo



    โดย Mariarty
    UID : ไม่มีข้อมูล
    โพสแล้ว :
    ตอบแล้ว : 1
    ระดับ : 1
    Exp : 20%
    IP : 183.88.34.xxx

     
    ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 6 ต.ค.. 2559 : 08:06

    เมื่อวานมีเพื่อนส่งดราฟต์คอนเซ็ปต์ของ P2P Lending ของทางธนาคารแห่งประเทศไทยมาให้ดูเห็นแล้วก็แอบเซ็ง
           
            อ่านคร่าวๆ ก็พอเดาทางออกว่า ทางธนาคารแห่งประเทศไทย คงจะพยายามคุมกำเนิด P2P Lending ในประเทศไทยไม่ให้เกิดเพราะกฎเกณฑ์ค่อนข้างเข้ม และถ้าให้พูดกันจริงๆ คือ น่าจะทํากันไม่ได้เลย
           
           
            ผู้กู้ก็กําหนดว่าต้องเป็นโครงการที่มีความชัดเจน มีนวัตกรรม มีมูลค่าเพิ่ม เป็นกลุ่มกิจการเอสเอ็มอี หรือสตาร์ทอัป รายย่อยกว่านั้นอย่างเช่น กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าในตลาดทั่วไป กลุ่มพนักงานออฟฟิศทั่วไปหมดสิทธิ สินเชื่อเพื่อการบริโภคห้ามเลย
           
            ใครที่ลุ้นว่า P2P Lending จะมาเป็นทางเลือกสำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลดอกเบี้ยตํ่า ก็ทําใจได้เลยว่า อดจ่ายดอกบัตรเครดิตที่ 36% กันต่อไปนะครับ บ้านเราของดีไม่ค่อยจะสนับสนุน
           
            ในส่วนผู้ลงทุนก็ถูกกําหนดว่าต้องเป็นกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ หรือนักลงทุนสถาบันเท่านั้น นักลงทุนรายย่อยนี่หมดสิทธิ
           
            คนปกติธรรมดาที่จะหาทางเลือกใหม่สําหรับการออมที่มีผลตอบแทนสูงขึ้นก็ต้องบอกเลยนะครับว่า งานนี้ฝันค้าง เอาเงินไปฝากแบงก์กินดอกเบี้ย 1.5% กันต่อไป ดีสุดของรายย่อยได้แค่นั้น
           
            นอกจากนั้นไม่พอ ผู้ประกอบการต้องมีระบบรายงานตามกฎเกณฑ์ของธนาคารของประเทศไทยอีก
           ซึ่งความเข้มนี่ก็ไม่น้อยเลย ต้นทุนประกอบการเพิ่มขึ้นอีกมหาศาล แล้วแบบนี้ต้นทุนทางการเงินมันจะไปถูกได้ยังไง
           
           
            เทคโนโลยีเข้ามาแก้ปัญหาเรื่องต้นทุนได้ แต่หน่วยงานกํากับกลับจับผู้ประกอบการเข้าไปอยู่ระบบเดิมที่มีต้นทุนสูง นี่มันอะไรกัน

          
    1